อาจเป็นสารคดีวัดเส้าหลินหรือหนังเรื่องเจาะเวลาหาจิ๋นซีที่ทำให้แม่ผมเกิดเปลี่ยนใจกระทันหันจากที่ผมวางแผนว่าจะไปญี่ปุ่นช่วงสงกรานต์ต้องเปลี่ยนไปจีนแทน (นึกว่าจะได้ไปซื้อหนัง AV ของแท้อย่างที่ฝันมาตลอดซะอีก) แต่ก็ดีเหมือนกันเพราะค่าใช้จ่ายในการไปญี่ปุ่นนั้นค่อนข้างสูง กะไปแค่ 4 วัน ก็เกือบ 2 แสนแล้ว (-_-)a แต่สำหรับที่จีนก็แค่ประมาณ 9 หมื่นเอง อิอิ เพราะฉะนั้น เอาก็เอาวะ อย่างน้อยก็ยังมีสาวหมวยขาวๆให้ชื่นชม
มุ่งตรงสู่ซีอาน ดินแดนแห่งจิ๋นซี ลงปุ้บเจอกับอุณหภูมิแค่ 7 องศา หนาวอิ้บอ๋ายเลย ที่นี่ค่อนข้างแปลกเหมือนไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวที่เจริญซักเท่าไหร่ คนที่นี่พูดอังกฤษกันได้น้อยมากๆ โชคดีที่แม่พูดจีนได้เลยรอดตัวไป เดินทางด้วยความมั่นใจจากคู่มือนำเที่ยวเล่มเดียวแต่เพิ่งรู้ว่ามันมีข้อยกเว้นกับที่นี่ มันไม่ได้ช่วยอะไรเลย.............................โชคดีที่นั่นมีทัวร์ไทยลงพอดี เลยตลกแดกไปกับเขาด้วย อิอิ พอไกด์รู้ว่าผมมาจีนครั้งแรกด้วยหนังสือนำเที่ยว เขาก็บอกว่า ช่างกล้ามาก !!! เพราะที่นี่คนจีนเกือบ 90% พูดอังกฤษไม่ได้ บ้านเมืองก็ไม่เหมือนที่ฮ่องกงหรือปักกิ่งเลย (พอรู้อย่างนี้ เลยรู้สึกว่าโชคดีมากที่เจอทัวร์ไทยและคนไทย)
6 วันที่ประเทศจีน ไปทั้งสุสานจิ๋นซี วัดเส้าหลิน ดูดอกโบตั๋นและทิวลิป ไปศาลไคฟง ไปล่องแม่น้ำและสถานที่ประวัติศาสตร์ รวมถึงธรรมชาติอีกมากมาย ซึ่งคาดว่ากลับถึงไทยคงลาออกไปเป็นไกด์จีนได้ทันที.......แต่ยังดีที่ได้ช้อบปิ้งกระจุย รวมถึงบัวหิมะในตำนานอีก....
กลับถึงประเทศไทยแทบสลบ กะจะนอนเต็มที่แต่ต้องไปเปิดร้านอีก อีกวันก็ต้องไปทำงาน แทบไม่ได้พักผ่อน แต่ก็ไม่รู้จะบ่นทำไม ใช้เงินไปแล้วก็รีบหาเงิน
ถือว่าพาแม่ไปเที่ยวพักผ่อน พาไปในที่ที่แม่อยากไป สิ่งที่ดีที่สุดที่จะให้กับคนในครอบครัวคือความสุขและความดีที่มีต่อกันให้มากที่สุด เมื่อต้องจากกันไปจะได้ไม่เสียใจว่าไม่เคยทำดีอะไรให้เลย
ตอนนี้พยายามทำงานเก็บเงินให้เยอะที่สุด พอแก่ตัวจะได้ไม่ลำบาก.......
เมื่อประมาณเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ผมอยู่ในสภาวะที่สับสนสนมาก ซึ่งในตอนนั้นเป็นการตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของผม ที่ผ่านมาผมมีความสุขในชีวิตการทำงานที่ซัมซุงมาก ได้เรียนรู้ประสบการณ์ที่หลากหลายจากคนเก่งๆมากมาย ได้ทำงานหนัก ได้ทำงานที่ไม่เคยทำ ได้รู้จักคนมากมาย ได้เรียนรู้งานสาย marketing และที่สำคัญที่สุดคือผมได้หัวหน้าและเพื่อนร่วมงานที่ดีที่สุดอย่างไม่เคยได้รับจากที่ไหนมาก่อน..................แต่วันนั้นผมต้องเลือกที่จะก้าวไปข้างหน้าเพื่อตำแหน่งและอนาคตที่ดีกว่า เมื่อทาง Sony Ericsson เสนอโอกาสที่ดีกว่ามา ผมจำเป็นที่ต้องเลือกที่จะก้าวต่อไป..........ผมสับสนกับความรู้สึกนี้อยู่นาน ใจจริงแล้วไม่อยากจะจากซัมซุงไปเลย ผมรักที่นี่ ที่ให้ชีวิตที่ดีแก่ผม.....วันที่ผมแจ้งลาออกกับทางทีมไป....ทุกๆคนรั้งผมไว้ว่าอย่าไปเลยนะ...จนกระทั่ง GM คนเกาหลีของผมนั้นเดินมาส่งและพูดกับผมว่า "I'm very sorry to hear that,you do very good job everyday.But it's not your fault,you're too young,you wanna find an experience but ONE DAY IF YOU'RE NOT HAPPY TO WORK AT THERE.......YOU CAN COME BACK TO ME EVERYTIME...JUST CALL ME...YOU ARE MY BROTHER AND TEAM LOVE YOU. แค่ประโยคนี้ก็ทำให้ผมถึงกับร้องไห้ออกมาในตอนนั้น เขาเดินมาส่งที่ลิฟท์.....ผมรู้สึกเสียใจมากๆที่ก้าวออกมา ไม่เคยมีครั้งไหนที่เสียใจเท่านี้มาก่อน......แต่คนเรามันก็ต้องก้าวไปข้างหน้า คงไม่มีใครหยุดอยู่กับที่ตลอดเวลาหรอกนะ..
ต้นปีที่ผ่านมา ผมทำงานที่ Sony Ericsson ที่นี่ค่อนข้างแตกต่างจากซัมซุง เราทำงาน 9 โมง เลิก 5 โมงเย็น หยุดเสาร์และอาทิตย์ แต่จริงๆแล้วประมาณบ่าย 3 ก็ไม่มีใครอยู่ออฟฟิศแล้วล่ะ ที่นี่ไม่มีใครทำ OT กัน หัวหน้าใหม่ของผมไม่ซีเรียสเรื่องเวลา คุณจะมากี่โมง กลับกี่โมงก็เรื่องของคุณ แค่ผลงานคุณดีก็พอแล้ว.....งานที่นี่ค่อนข้างสบาย ช่วงบ่ายก็ว่างแล้ว ตอนเที่ยงกินข้าวก็ไม่เคยได้จ่ายเงินเลย พี่ๆเขาจ่ายให้หมด เขาบอกว่าเราเงินเดือนน้อยก็เจียมตัวซะ !! ผมเป็นคนที่อายุน้อยที่สุดในบริษัทนี้ นอกนั้น 29-30 ขึ้นทั้งนั้นเลย พอเลิกงาน4โมง ผมก็ไปทำงานที่ร้านตัวเองต่อเพราะไม่ไกลกันมาก...
ทุกสิ่งทุกอย่างเพิ่งเริ่มต้น ผมยังมีโอกาสและเวลาอีกเยอะทีจะพัฒนาตัวเองต่อไป ผมโชคดีที่ชอบมือถือตั้งแต่ตอนเรียน ชอบที่จะซื้อ จะศึกษามัน ผมมีความรู้เกี่ยวกับมือถือทุกแบรนด์ ทุกรุ่น และด้วยความรู้นี้ ทำให้ผมมาถึงจุดนี้ได้ ผมโดนซื้อตัวมาที่นี่ แต่ผมคิดว่า ผมไม่ได้ขายตัวแต่ขายความสามารถต่างหากล่ะ....
เฮ้อ....หลังจากที่โหมทำงานหนักมาเกือบทั้งปี ก็พอจะมีเงินเก็บบ้างพอประมาณ ตอนนี้เลยลงทุนเปิดร้านของตัวเองขึ้นมาเป็นร้านหนังสือการ์ตูนให้เช่า เพิ่งเปิดตอนต้นเดือนมีนา เหนื่อยมากๆ แต่ก็รู้สึกภูมิใจที่เริ่มมีอะไรเป็นขแงตัวเองซะที ลงทุนถอนเงินเก็บจากการทำงานไป 3แสนบาท เพื่อทำร้านนี้ขึ้นมา............เคยมีคนถามว่า "ทำไมไม่ซื้อรถซักที ?" ใจจริงก็อยากจะซื้อรถอยู่เหมือนกัน แต่ถ้าซื้อแล้วเป็นภาระ และเราไม่พร้อมก็เท่ากับได้มาแล้วเป็นทุกข์เปล่าๆ เลยเลือกที่จะทำในสิ่งที่ชอบอีกอย่างหนึ่งคือ หนังสือ คิดว่าทำกิจการเองให้ลงตัวก่อนพอเก็บเงินได้อีกซักก้อนค่อยซื้อรถด้วยเงินสดไปเลย ไม่ต้องผ่อนให้เป็นภาระ ตอนนี้ เวลานี้รู้สึกภูมิใจกับตัวเองมากๆที่สามารถเปิดกิจการเองได้ด้วยเงินของตัวเองทั้งหมด ไม่ต้องขอเงินจากที่บ้าน
ตอนนี้อาจจะเหนื่อยหน่อยเพราะต้องทำงาน2ที่ กลับบ้านก็เกือบเที่ยงคืน แต่ก็รู้สึกดีที่สุด เคยมีใครเคยบอกไว้ว่า "ถ้าเราได้ทำงานในสิ่งที่เรารักและชอบมัน เราจะรู้สึกเหมือนไม่ได้ทำงาน" มันจริงซะด้วย ตัวผมเองรู้สึกว่า เราโชคดีมากที่ไดทำงานในสิ่งที่ตัวเองรักและชอบทั้ง2อย่าง และรู้สึกว่าตอนนี้เราก็ถือว่าเป็นคนที่ประสพความสำเร็จในระดับหนึ่งแล้วล่ะ
ตอนนี้ผมอายุ 24 ปี ย่าง 25 ในเดือนมีนาคมนี้ มีเงินเดือน 3 หมื่นบาท มีกิจการของตัวเอง มีเงินเก็บเป็นหลักแสนบาท ได้ทำงานที่รักและชอบ มีเพื่อนร่วมงานและหัวหน้าที่ดีและคอยสนับสนุน ตอนนี้ถือว่าผมประสพความสำเร็จเร็วมากและถือเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด...........ผมมีความสุขที่สุดเลย
"ไม่ใช่แค่มีเงินถึงจะซื้อได้.........ต้องโง่ด้วย!!"
มีคนเคยบอกถึงนิยามของ Nokia 8800 Sirocco ที่หรูหรามีระดับและราคาแพงสุดๆ ซึ่งตัวผมเองไม่เคยคิดว่าจะมีปัญญาซื้อและถึงมีเงินก็ไม่ซื้อเด็ดขาด..................แต่พอเราได้โบนัส2เดือนจากการทำงานหนักมาทั้งปีก็เลยอยากหารางวัลอะไรให้ตัวเองบ้าง ตอนนั้นก็จะซื้อ Nokia N95 8GB มาเล่นซะหน่อยแต่พอเห็นคนข้างๆมันซื้อ 8800 Sirocco Gold แล้วอยากได้บ้าง รู้สึกว่าไอ้คนนั้นมันรวยมากๆถึงซื้อได้ หนำซ้ำมันยังหันมายิ้มเหมือนเยาะเย้ยอีกตะหาก ด้วยความแค้นใจ(คิดไปเอง)ชั่ววูบ เลยเปลี่ยนใจกระทันหัน แม่ง ! กูก็ซื้อได้โว้ย !! เลยจัดมา1เครื่อง ราคา 43,900 บาท...........โบนัสที่แสนภูมิใจหายเกลี้ยงเหลือแค่หมื่นกว่าบาทเท่านั้น...(-__-)''
ในวันแรกๆที่ซื้อมารู้สึกดีมากๆที่ได้ใช้มัน (จริงๆแล้วอยากได้ Arteนะ แต่แพงสาดดดดดและดูเหมือน Arte รูปทรงไม่ค่อยหรูหราเมือนตระกูล 8 อีกต่อไป มันดูทันสมัยและวัยรุ่นขึ้น) แต่พอใช้ไปซักพักเริ่มมีแต่คนถามว่า "ทำไมใช้ Nokia ?" เซ็ง......ลืมไปว่าเราใช้โทรศัพท์แบรนด์อื่นไม่ได้ มันจะดูไม่ดี สุดท้ายเอาไปให้แม่ใช้ แม่ก็บ่นอีกว่า "หนักจะตาย สีก็ทองซะ" ใช้เองก็ไม่ได้ แม่ก็ไม่ชอบ เท่ากับเสียเงินเปล่าเลย.....(-__-)a
I just come back from Singapore,so tired ! For now I can speak Thai just a little but English.......nothing......!!!
3 days in Singapore,I paid for shopping around 1200 S$....walk-eat-drink-shop-take a shot ! Singapore is small city,people can go to everywhere by MRT (like Thailand but better) and every landmark have a "Singapore Visitors Center" for give an information,map,etc. for tourist !
I'm very happy to heard "You have to go Singapore every 3 month for meeting and update new model with other country in South East Asia "
It's my chance to learn many thing from this job ! and I'd like it !!!!!
but now I have to learn English's skill more and more (^_^)/
ข้อดี
- งานประกอบเครื่องดีมากๆ ไม่น่าเชื่อว่าจะทำได้ดีขนาดนี้
- ราคาเปิดตัวถูกผิดคาด 8GB แค่2หมื่นเอง
- เปลี่ยนหน่วยความจำเป็นแบบFlash Memoryแล้ว ไม่ใช่Hard Drive
- ลำโพงสเตอริโอให้เสียงดังโคตรๆ โดยที่ลำโพงไม่แตก
- ชุดหูฟังกับดาต้าลิงค์แบบใหม่มีที่เก็บสายให้เรียบร้อย ดีจัง
- มีเกมส์ N-Gage ให้เล่นด้วย
- ใช้หูฟังแบบ3.5มม.ได้ทันที
- มี Wi-Fi
- กล้องความละเอียดแค่2ล้าน แถมไม่มีออโต้โฟกัสอีกตะหาก
- ไม่มีฝาปิดเลนส์กล้องอะ เป็นรอยแน่ๆ
- ตัวเครื่องมันวาวเป็นรอยนิ้วมือง่ายมาก
- กราฟิกเกมส์ N-Gage ยังทำได้ดีเท่าไรนัก ไม่ต่างจาก N-Gage QD เมื่อก่อนเลย ทั้งๆที่ความละเอียดจอต่างกันโดยสิ้นเชิง
- เรื่องของเสียงเพลงถ้า้่ฟังจากหูฟังคุณภาพเสียงไม่ได้ต่างจากรุ่นอื่นๆ ไม่ได้เท่าครึ่งของ N91 เลย
- แสงไฟจากปุ่มเล่นเพลงไม่ค่อยสว่างนัก
- ไม่ต้องหาโปรแกรม Quick Office เพราะมันไม่มีต้องไปโหลดเอาเองที่ Nokia Catalog
- สามารถแนบรูปศิลปินขณะฟังเพลงได้จากตัวเครื่องโทรศัพท์โดยที่ไม่ต้องผ่านคอมพิวเตอร์ ดีจังเลย
- สามารถบันทึกเสียงได้มากกว่า1นาที โดยไม่ต้องลงโปรแกรมเพิ่มเติมแล้ว
- ฟังค์ชั่นสัมผัสตรงปุ่มNavigation Keyต้องเปิดก่อน ไม่งั้นจะใช้ไม่ได้นะ (เห็นเด็กNokiaตอบลูกค้าไม่ได้ว่าทำไมถึงสัมผัสแล้วไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้น เลยนึกว่าเครื่องเสีย)
ในวันนี้ผมได้เปลี่ยนตำแหน่งจากเทรนเนอร์เป็น "Assistant Product Marketer" แล้ว 6 เดือนที่ผ่านมาได้เรียนรู้การทำงานที่หลากหลายมาก ในเดือนหน้านี้ก็ได้ไปประชุมที่สิงค์โปรอีกด้วย ลองย้อนกลับไปในวันนั้น "ถ้าผมนำคำพูดของคนคนเดียวมาตัดสินชีวิตผม ผมก็คงไม่มีวันนี้ ดังนั้นจงเชื่อมั่นและเคารพตัวเราเองเสมอ อย่าดูถูกตัวเราเอง" แต่สิ่งที่ต้องการที่สุดในตอนนี้ก็คือ "ขอให้ฝ่ายบุคคลหาคนมาเป็นเทรนเนอร์ได้โดยเร็วที่สุดเถอะ ไม่งั้นเหนื่อยตายแน่ๆ !"
ด้วยกิเลสและความอยากได้อย่างเปี่ยมล้น ยอมจ่ายเงินเกือบเท่าเงินเดือนทั้งเดือนเพื่อได้มา และก็สมใจอยาก ทุกฟังค์ชั่นของมันยอดเยี่ยมจริงๆ โดยเฉพาะ Multi Touch ที่สามารถแยกนิ้วเข้าและออกเพื่อซุมภาพได้เลย ลองดูที่รูปข้างล่างได้ กล้อง2ล้านก็ชัดโคตร หน้าจอใหญ่สุดๆ ด้วยเซ็นเซอร์ที่สามารถปรับเปลี่ยนมุมมองของหน้าจอได้ตามองศาที่เราหมุนจริงและการฟังเพลงเสียงดีสุดๆ
ดีไปซะทุกอย่าง !!!!!!! เสียอยู่อย่างเดียว ไม่สามารถใช้งานโทรศัพท์ได้เพราะติดล็อคของ AT&T operator ของต่างประเทศ ฮือ ฮือ ขอให้ปลดล็อคได้โดยเร็วเถอะ ไม่อยากเสียเงิน3หมื่นบาทแต่ใช้งานโทรศัพท์ไม่ได้ หมดตูดแล้ววววววววววววววว
แล้วสิ้นปีจะเอาเงินที่ไหนไปดูบอลเชลซีที่อังกฤษล่ะเนี่ย
รักแมนยูนะแต่ด้วยจรรยาบรรณแล้วต้องเชียร์เชลซี...................
Sea,Tomorrow you have to go to training reporter "The Guide" OK.?
Yeah ! ผมตกปากรับคำไปทันที พร้อมกับคำถามในใจที่ว่า "จะไปเทรนคนที่ชื่อ Peter ที่มันเป็น Guide ทำไมวะ ?"
แต่แล้วผมก็ได้รู้ว่า รายการ The Guide ต่างหาก ที่มีพิธีกรสาวสวย 3 คน นานา ทราย และนก นั่นเอง ทาง TITV
นานาน่ารักมากๆ พูดคุยดี เป็นกันเอง ได้ถ่ายรูปคู่อีกตะหาก อิอิ ^_^ อาทิตย์หน้าก็ต้องไปงานเปิดตัวโทรศัพท์อีก ดีจังเลย ได้ออกงานทุกงานเลย อยู่ที่นี้แล้วรู้สึกมีความสุขในการทำงาน มีพี่ที่ทำงานเคยบอกว่า "คุณไม่ใช่คนที่ทำงานให้SAMSUNG แต่คุณคือคนของSAMSUNGซึงเป็นคนสำคัญ"....... ความสุขในที่ทำงานมันมีอยู่จริงแฮะ !
สงกรานต๋ เราไป ญี่ปุ่นมา 555 สนุกมากมาย อากาศก็ประมาณเดียวกันเลย ตนเยอะแยะ ทัวร์ไทยก็เยอะแยะ เดินไปที่ไหนก็เจอ คนพูดไทยให้ได้ยิน 555 read more
on ตะลุยเมืองจีน